บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
ซากจักรยานหลังเอ-บอมบ์ ที่ฮิโรชิม่า

๗ สิงหาคม ๒๕๔๓ 
ฮาคาตะ...มาทำไม

ออกจากโรงแรมแต่เช้า ไปขึ้นชิงกันเซ็น
เพื่อไปฮากาตะ ใช้เวลาราวๆชั่วโมงเดียวก็ถึง หลับมาเกือบตลอดทาง มาถึงก็เข้าไป
ที่สำนักงานอาซาฮี ชิมบุน เข้าใจว่าเข้าไปเอาอะไรบางอย่าง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน 
อาจจะเป็นว่าให้ทางนี้เขาจองโรงแรมให้  แล้วก็เข้าโรงแรม ดูเหมือนไม่มีโปรแกรม
อะไรนอกจากพักผ่อนนิดหน่อยแล้วออกไปกินบะหมี่มื้อกลางวัน
	ร้านที่ไปกินเที่ยวนี้บะหมี่เขาว่าอร่อย ที่แปลกก็คือ น้ำซุปมันเป็นสีขาว 
เขาเรียก โท ราเม็ง ขาวจนเราสงสัยว่าเขาทำยังไง จะว่ากระทิก็ไม่ใช่ นมก็ไม่ใช่ 
มันไม่แตกมันเลย ลองให้ทากากิซังถามดู  เขายืนยันว่าไม่ใช่กระทิ  แต่บอกว่า
บอกไม่ได้หรอก มันเป็นความลับ
	ไม่บอกก็ไม่บอก รสชาติของมัน อาจจะเป็นไข่ขาวก็ได้  แต่ช่างมัน
เถอะ อร่อยดี
	หลังจากกินเสร็จก็กลับโรงแรม น้ามีงานต้องทำให้เสร็จ ไม่อยาก
ไปไหน มาทำไมเพื่ออะไรที่นี่ยังไม่รู้เลย  ทากากิซังบอกว่าห้าโมงเย็นเจอกัน 
จะไปสำนักงานอาซาฮีอีกเมืองหนึ่ง ชื่อเมือง โคคุระ 
	นี่ก็ชวนให้งงว่าโคคุระ มันเป็นสถานีที่เรานั่งชิงกันเซ็นเลยมาแล้ว  
สงสัยว่าทำไมไม่เวะลงก่อนเลย ทำไมต้องมาฮาคาตะแล้วนั่งรถย้อนไปอีก
	สงสัยแต่ไม่ถาม ที่ถามเขาไปก็คือว่ามันมีอะไรเหรอที่โคคุระ 
ไม่ไปได้ไหม เหนื่อย มีงานต้องทำให้เสร็จ 
	ตอนแรกทากากิซังบอกว่า ได้ ไม่ไปก็ได้  พี่เขาจะไปคนเดียว แล้ว
ตอนใกล้ห้าโมงเย็นแกก็โทรเข้ามาที่ห้องอีก เราก็บอกว่างานยังไม่เสร็จ เชิญท่าน
เสด็จตามสบาย
	ปรากฏว่าหกโมงเย็น โทรมาอีกแล้ว คราวนี้บอกว่าทุ่มครึ่งไปก็ได้ ให้
เหตุผลมาวาเพราะจองตั๋วเอาไว้แล้ว โธ่ ไอ้แมว
	น้าเริ่มรำคาญก็เลยบอกไปว่า ไปเลยเดี๋ยวนี้แหละ สำนักงานอาซาฮี
ชิมบุน จะมีแมวอะไรให้ดูนักวะ นึกอยู่ในใจ 
	ออกเดินทางย้อนไปโคคุระ  แล้วต่อแท็กซี่  พอไปถึงราวๆทุ่มกว่าๆ 
ตึกอาซาฮี ชิมบุน เด่นเห็นเป็นสง่า  เป้นอดีตตึกที่เขาเลิกใช้แล้ว เขาย้ายไปอีก
เมืองคนละฟากเลย 
	ไอ้เวรตะไลเอ๊ย....ไม่ได้ติดต่อเตรียมการณ์อะไรเลยหรือยังไง 
 ยังมีหน้ามาบอก เล็ต เทก อะ ชอร์ต ลุค  แก้เกี่ยวไปงั้นแหละ
	ลุค อะไรรู้หรือเปล่า ดูรถบรรทุกสองสามคันที่จอดอยู่ในโรงรถ
	หละงจากสอบถามข้อมูลกับยามเฝ้าตึก ก็นั่งแท็กซี่คันเดิมต่อไปอีกที่หนึ่ง  
คราวนี้เป็นตึกโรงพิมพ์ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้พิมพ์อะไร เข้าไปนั่งคุยกับผู้จัดการ เขาคุยกันน่ะ 
นิสัยทากากิซังนี่มันไม่อธิบายหรือแปลให้เราฟังอยู่แล้ว 
	เอาละ เรารู้แล้วว่ามันคือโรงพิมพ์ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้พิมพ์อะไร แล้วมาดูทำไม 
ไม่เข้าใจเหมือนกัน สักเดี๋ยวเขาก็พาเข้าไปในโรงพิมพ์  มองดูแท่นพิมพ์ซึ่งยังไม่เต็มโรง
 ใหม่เอี่ยมเลย ดูแล้วก็ยังไม่เก็ต เพราะมันไม่บอกอะไรเรา บอกอย่างเดียวคือความสูง
ของแท่นพิมพ์ เอากัมันสิ
	ลงไปชั้นล่าง ตอนนี้เริ่มเก็ตแล้ว เพราะเขาบอกว่าโรงพิมพ์นี้เป็นโรงพิมพ์
แบบอัตโนมัติทั้งหมด ใช้หุ่นยนต์ทำงานทุกขั้นตอน ทั้งโรงพิมพ์มีคนคอยดูแลแท่นอยู่
แค่สามคน 
	สามคนเท่านั้นนะครับ เหลือเชื่อจริงๆ
	ถึงตอนนี้น่าเสียดายและอยากด่าเจ้าทากากิซังขึ้นมาในใจ ไอ้เวรตะไล...
นี่แน่ะ เอาอีกที เพราะความจริงถ้าออกจากฮิโรชิม่าแล้วแวะลงมาดูตอนสายๆเสียเลย 
จะได้เห็นช่วงที่มันทำงาน แล้วค่อยนั่งรถไฟต่อมาฮาคาตะก็ได้ นี่ดันผ่ามาเอาตอนค่ำ 
จะไปได้เห็นอะไร 
	และความจริงแล้วเราไม่เห็นความจำเป็นต้องมานอนที่ฮาคาตะเลย 
ก็แค่แวะมาดูโรงพิมพ์แล้วเลยไปนางาซากิเสียเลย  ไม่เห็นจะเป็นอะไร
	เฮ้อ..บ่นไปก็เท่านั้น
	กลับจากโคคุระสองทุ่มกว่าๆ ถึงฮาคาตะ หามื้อเย็นกินกันต่อ 
มื้อนี้ไม่มีอะไรพิเศษ 
	ตอนเช้าต้องเดินทางไปนางาซากิอีก  
	ชักเริ่มเหน็ดเหนื่อยและเริ่มเบื่อแล้ว  ความรู้อย่างเดียวจากฮาคาตะคือ
ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่อง โทราเม็ง ฮ่าๆๆ  
	เก๋ไปอีกแบบ 
	ต่ออินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้คุยกับ อี-แฟมิลี  เพราะไม่มีไมค์ติดมา 
 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก