บันทึกจากญี่ปุ่น

๗ มิถุนายน ๒๕๔๓

จิตตานุภาพ

วันนี้เป็นวันว่างๆ ไม่มีโปรแกรมงานอะไร เดิมทีกะว่าจะไปดูภาพเขียนปิกัสโซ่ ที่เขาเอามาแสดงในหอศิลปตะวันตกใกล้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เป็นภาพเขียนเกี่ยวกับเด็กเป็นร้อยๆภาพเลย หลังจากหารือกับศิลปินจอมขี้เกียจแห่งเชียงรายแล้ว กะว่าไปแน่ เพราะเขาบอกไม่ชอบปิกัสโซ่

เราต้องไปดูว่าทำไมไม่ชอบ

แต่เดี๋ยวรวบยอดไปวันเสาร์อาทิตย์ดีกว่า จะได้มีอะไรทำในวันหยุด

วันนี้ก็เลยไปนั่งที่ทำงาน ทำโน่นเตรียมนี่ไป เพราะจิตใจมันสั่นคลอนอ่อนไหว เนื่องจากจอคอมพ์สว่างโร่ตามที่รายงานมาแล้วเมื่อวาน

กะว่าต้องทำงานล่วงหน้าเตรียมเอาไว้เยอะ เพราะเอาเข้าศูนย์นี่ตามมารตรฐานมันต้องสองอาทิตย์ ถ้าฟลุคอย่างคราวคีย์บอร์ดเจ๊งเพราะเบียร์หกแค่สามวันได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ฟลุค มันจะยุ่ง นั่งนับงานเป็นชิ้นๆดู โอโฮ เก้าชิ้นเชียว

จะตายไหมนี่

วันนี้เลยนั่งแช่อยู่แต่กับคอมพ์ ตรวจโน่นตรวจนี่สลับกับการเตรียมงาน

แต่ไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่ เหมือนหัวใจมีรอยข่วน คอมพ์นะคอมพ์ ทำไมถึงทำกับฉันได้

บ่นเรื่องนี้ให้บางคนฟัง เขาก็เห็นใจนะ อย่างหนูซาย ที่ปรึกษาคอมพ์ส่วนตัวทางเน็ต เธอยืนยันให้เอาเข้าศูนย์ลูกเดียว

เราก็พยายามจะลองตรวจดูไดรเวอร์ เผื่อมันจะเกิดเพี้ยนขึ้นมา

มีอยู่คนเดียว เยาะเย้ยถากถางกลับมา ว่าซื้อมาจากจตุจักรหรือยังไง อย่างนี้เป็นต้น

เลยโดนจิตตานุภาพย้อนกลับไปทำให้งานเสียหาย สมน้ำหน้ามั่งสิ

วันนี้พี่อ้วนทาเกอูชิซัง เตรียมโปรแกรมอาทิตย์หน้าไว้ให้ โห...เล่นติดกันสามวันร่อนไปหลายบริษัท ไปเองเสียด้วย มีฟูจิตสุ ,มัตสุชิตะ และ โซนี

นี่พวกกำลังหาต่อให้ครบห้าวัน ไม่ให้พักหายใจมั่งเลยนะเพ่

น่าเสียดายอยู่อย่างตรงที่คนในอาซาฮี เอเชีย เน็ตเวิร์ค สี่คนนี่เขาไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย ความจริงจับเราไปนั่งแหมะกับโต๊ะไอทีของอาซาฮี ชิมบุนตลอดหกเดือนเลยยังน่าจะได้อะไรมากกว่านี้

ไม่รู้เอามากๆเลย เพราะพวกนี้ถนัดเรื่องระหว่างประเทศมาก

ขนาดตอนที่พี่อ้วนมาบอกว่าจะติดต่อฟูจิตสุ แล้วมาถามว่าอยากรู้เรื่องอะไรมั่ง มันเยอะ เราก็บอกเรื่องทั่วๆไป แล้วแถมด้วยหุ่นยนต์ พี่เขาบอกฟูจิตสุไม่ได้ทำนะ แล้วบอกว่ราหุ่นยนต์มันต้อง ฟานัค

อะโธ่...ก็ไอ้ฟานัค น่ะ ฟูจิตสุมันถือหุ้นใหญ่ ไม่รู้หรือเพ่

บอกว่าให้ลองหาบริษัทซอฟต์แวร์ล้วนๆ และเป็นญี่ปุ่นแท้ๆให้หน่อย เอาแบบไม่ต้องใหญ่ เขาก็นึกไม่ออก นึกออกแต่ไอ้พวกใหญ่ที่มันทำฮาร์ดแวร์ด้วย อย่างโซนี,เซกะ,นินเทนโด้

พวกนี้เราก็ไม่อยากจะไปดูอีก เพราะไปดูจะเจอละครสดของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่มาทำพรีเซนเตชั่นในเวลาอันจำกัด

บริษัทที่ไม่ใหญ่มากอาจจะได้เห็นการทำงานเห็นอะไรต่ออะไร

ยังไงก็แล้วแต่ ต้องขอบคุณในความพยายามของเขา วันนี้อุตส่าห์ซื้อหนังสือข้อมูลบริษัทญี่ปุ่นมาให้อีกเล่ม

สักราวๆ หกโมงเย็นเศษๆ ก็กลับหอ แบกปัญหาจอคอมพ์กลับมาด้วย หนักอึ้งจริงๆ

เอาไงกะมันดีวะเนี่ย

ดิ่งตรงมาแวะคอนวีนิปากซอย ยืนเมียงมองจะเอาข้าวเปล่าหรือข้าวปั้นมาโซ้ยกับปลาร้าสับดี สุดท้ายตัดสินใจเอาข้าวเปล่า

เหน็ดเหนื่อยโรยราเข้ามาในห้อง ยัดข้าวเข้าได้ที่นอนรักษาความร้อนไว้ก่อน ยังไม่หิว ซดกาแฟใส่นมไปครึ่งแก้ว เย็นชื่นใจ เรียง....(เซ็นเซอร์ เยาวชนอ่านเยอะ) เข้าตู้เย็น กวาดขยะไปทิ้ง ฉี่หนึ่งที ลงไปเอาน้ำแข็ง

แล้วกลับขึ้นห้องเอาคอมพ์มาเปิด

จิตตานุภาพครับ จะบอกให้

วางคอมพ์ลงโต๊ะ หันด้านข้างออกมา เฮ้ย..นี่ปุ่มปรับจอนี่นา

พอเห็นเข้า รับเสียบสายเปิดเครื่องเลย

ใครที่หัวเราะเยาะว่าน้าซื้อคอมพ์มาจตุจักร ได้ข่าวนี้แล้วร้องไห้เสียใจได้เลย

ปรับปุ่มนิดเดียว ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ

ว่าแล้วเชียว เมื่อวันก่อนสะบัดเม้าส์แล้วสายมันคงไปโดนปุ่มเข้า พรึ่บสว่างโร่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

วันนั้นบอกซายเรื่องนี้ ซายก็ถามถึงปุ่มปรับจอ แต่เราไม่ทันคิด มันลืมว่าอยู่ข้างๆจอ หาไม่เจอ

ว้าว...กลับมาสวยงามเหมือนเก่าแล้ว

พรุ่งนี้สบายใจ ไปงานเน็ตเวิล์ด-อินเทอร์โร้ป เอเชียที่ชิบะ

จะไปบอกพวกบริษัทเน็ตเวิร์คทั้งหลายที่นั่นว่า จิตตานุภาพมีจริง ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เลย

มันติดต่อกันได้ อิอิ

ตอนนี้กำลังใช้จิตตานุภาพสังหารคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง ไอ้พวกใส่สูตรผูกไทไร้มารยาท

พวกนี้ชอบแซงคิวเวลาหยอดตั๋วเข้าหรือออกซับเวย์ ขึ้นหรือลงซับเวย์ชอบดัน ชอบยืนขวางทางคนเขาจะลงแล้วเบียดขึ้นทั้งที่คนยังลงไม่หมด ขึ้นไปก็ไปยืนขวางมันตรงประตู

เดี๋ยวนี้จิ๊กโก๋บางบัวทองเริ่มรำคาญคนพวกนี้เต็มที ใครขวางเดินชนมันเลย

สนุกดีเหมือนกัน

ค่ำวันนี้ อี-แฟมิหลี คุยกันอีกแล้ว รายงานข่าวล่าสุดจากเมืองไทย นอกจากเที่ยวเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้ชาวบ้านแล้ว ตอนนี้กำลังเป็นที่ปรึกษาทำวิจัยซี 7 ให้ศรีภริยาอีก

....

"พ่อครับ ...ซื้อสวาทมาให้หน่อย"....เจ้าน้ำนี่พูดอะไรไม่เคยฟัง บอกหลายครั้งแล้วว่าก็ซื้อเอาที่เมืองไทยนั่นแหละ ในญี่ปุ่นมันจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น

"พ่อจ๋า...ตุ๊กตุ่นซื้อหรือยัง" เสียงฟ้าทักทายเข้ามา พร้องกับมาโม้เรื่องพวงกุญแจใหญ่ และตบท้ายด้วยตุ๊กตุ่นกับหุ่นมือ

"มีใครคิดถึงพ่อมั่ง"

เงียบงันๆ

ส่งนิทานสดๆ เรื่องแปรงสีฟันกับผ้าขนหนูไปให้ซะเลย

แม่อ่านให้ฟังจบแล้ว ฟ้าจะมาเปิดเองบ้าง คราวนี้เลยยุ่ง อี-พ่อ ฟัง อี-แฟมิหลีเขาเถียงกันใหญ่

จะสอนให้เซฟไว้เสียหน่อย เจ้าน้ำก็ไม่ยอมมาทำให้ ไม่มีใครฟังใครอีกแล้ว

ฟังสตาร์รี ไนท์ ของ ดอน แม็คลีน ของฝากจากพี่จูนดีกว่าเนอะ

แล้วส่งรูปเต้นระบำให้ชาวบ้านดู

บางคนหาว่าโป๊