บันทึกจากญี่ปุ่น

๗ มีนาคม ๒๕๔๓

มีอินเทอร์เน็ตถาวรแล้ว

วันนี้วันอังคาร อากาศสำหรับเราแล้วตอนเช้าหนาวน่าดู แต่โดยเฉลี่ยอุณหภูมิสูงขึ้น ลงไปอาบน้ำ เจอทริคของเกรกอรี่ กะแล้วเชียว เห็นประตูห้องน้ำปิดอยู่ ลองแง้มดูเห็นมีรองเท้าคู่หนึ่ง ก็เลยถอยมาทำธุระส่วนตัว ข้างบนสักเดี๋ยวเดินลงไปใหม่ นั่นไงพี่เกรกอรี่เดินเชิดผมสวนมาเลย

อาบน้ำเสร็จก็ไปกินข้าว กินเสร็จคุณนากาโนะซัง รออยู่อีกแล้ว เอาถาดอาหารไปวาง พี่แกเดินมาดู

เรียบวุธ

แล้วเรียกไปหยิบกล่องเล็กๆมากล่องหนึ่ง เปิดให้ดู อธิบายว่านี่คือถั่ว...ขอน้าเรียกว่าถั่วเน่าก็แล้วกัน กลิ่นมันเหม็นบูด แกบอกว่าวันนี้คนอื่oเขากินไอ้นี่กัน เป้นส่วนหนึ่งของกับข้าว เห็นเขาชี้ให้f^ในถาดที่เจ้าของยังไม่มากิน ใส่ถ้วยแล้วมีหอมซอยโรยหน้า ก็คงราดซี๊วแล้วกิน

นากาโนะซังบอกว่าคนต่างประเทศมักจะกินไม่ได้ วันนี้ของเราก็เลยถูกเปลี่ยนจากถั่วเป็นผักกาดต้มปรุงด้วยอะไรไม่รู้ แต่คลุกพริกป่นเสียแดงแช้ดเลย น่าจะเป็นกิมจิของเกาหลี

บอกเขาไปว่า ไม่ต้องห่วงระดับน้าแล้วกินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่อาจจะกินน้อยเท่านั้นเอง แกก็ยิ้มๆๆไม่ว่าอะไร เสร็จแล้วไปหยิบอะไรจากตู้เย็นมาให้อีกถ้วย แกบอกว่าเป็นชีสเค้ก แต่ดูเหมือนพวกโยเกิร์ตมากกว่า โยเกิร์ตรสเนยแข็งน่ะ

กล้ำกลืนกินไป น้าไม่มีปัญหาอะไรกับเนยแข็ง แต่มีปัญหากับโยเกิร์ต ความจริงลืมบอกนากาโนะซังไปอย่างว่า น้ากินได้ทุกอย่าง ยกเว้นอาหารประเภทขนมนมเนย ไม่ค่อยชอบกินเท่าไร

อ้อ วันนี้ขนมที่มากับอาหารคือ ขนมจีบสองชิ้น ไปเลือกหาซอสเปรี้ยว รู้สึกว่าจะเจอ แต่นากาโนะ ยืนอยู่ใกล้ๆ โบกมือ อย่าๆๆๆ แล้วชี้ให้เราเอาซีอิ๊วธรรมดาใส่ ไรวะ คนจะกินซอสเปรี้ยวก็ไม่ได้

ขนมจีบนี่บ้านเราอย่างกระจอกสุดยังกินขาดเลย ไส้เขามันแหยะๆมากเกินไปไม่อร่อย แป้งก็ไม่บางแหยะเหมือนกัน

เสร็จสรรพทุกอย่างก็ออกมาขึ้นซับเวย์ ราวๆแปดโมงสี่สิบห้า ไปเปลี่ยนรถที่ทากาดาโนะบับบะ คราวนี้ดูออกแล้วว่ารถด่วนไม่ด่วนเป้นยังไง แปลกใจที่ทำไมไม่มีใครอธิบายเลยว่าจะแยกมันออกได้อย่างไร สังเกตุเห็นว่าตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นข้างตู้ขบวนมันจะมีสีแดงผสมอยู่ หมายถึงเป็นรถด่วน

วันนี้ไปถึงสถานีอารายัคชิ แมะ ก่อนสิบโมง ถือโอกาสเดินสำรวจ

ย่านนี้คงถือว่าเป็นบ้านนอกของ โตเกียวได้มั้ง ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไร เป็นเมืองที่อยู่บนเนินคล้าายๆกับภูเก็ต ถนนหนทางเล็ก ขนาดรถต้องเบี่ยงกันเวลาสวน เดินดูร้านรวงไปเรื่อยๆ เหมือนต่างจังหวัด หรือตรอกซอยเล็กในบ้านเรา มีร้านเล็กๆ ขายของชำอยู่เยอะ ร้านบะหมี่ ร้านขายรองเท้า ร้านขายของสารพัด ร้านขายขนม แซมด้วยพวกคอนวีเนียนสมัยใหม่

ใครว่าโมเดิร์นเทรดจะครองโลก มาดูที่นี่ก็ได้ แล้ววันหลังจะถ่ายรูปมาให้ดู ความจริงกลางโตเกียวก็ยังมีร้านโชห่วยแซมอยู่บ้าง

ที่จริงแถวนี้ใช่ว่าจะบ้านนอกอะไรนักหนา ห่างจากชินจูกุไม่เท่าไรเอง

เดินดุ่ยๆไปเรื่อยๆเพื่อรอเวลาเรียน แวะเข้าวัดอารายักชิเสียหน่อย มีคนแก่ๆเข้าไปไหว้พระสามสี่คน

ออกจากวัดก็เดินย้อนกลับมาถึงโรงเรียนราวๆ สิบโมงสิบห้า เจอหน้าคุณครู คนใหม่ ชื่อเคอิโกะ

เรียนไปอย่างยากลำบากสำหรับน้า แต่เห็นครูชมเปาะอยู่เรื่อย วันนี้เรียนสนทนากับศัพท์เพิ่ม และเรียนอ่านตัวอักษรญี่ปุ่น เขามีวิธีสอนให้จำได้ดีเหมือนกัน

เลิกเรียน แวะซื้อข้าวปั้นอันเล็กๆราคาสี่สิบบาทกินแทนอาหารกลางวัน แล้วขึ้นรถไปสำนักงาน คราวนี้ไม่หลงแล้ว ถึงสำนักงาน ก็ได้รับอีเมล์ จากเชอรี่ เขาพรินต์วางไว้ให้ที่โต๊ะ อ่านเรื่องโอ แล้วเลยเดินไปบอก อูชิยามาว่า อาซาฮีโขมยนักข่าวประชาชาตินี่หว่า

สักแป๊บหนึ่ง พี่อ้วน(จำชื่อแกไม่ได้) แกนั่งทำงานอยู่ข้างๆ ก็เข้ามาได้เวลานัดออกไปกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ขึ้นแท็กซี่ไปสิบนาทีก็ถึง เจอกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น กรมอาเชียน แผนกอินโดจีน พูดไทยได้ทั้งสองคน ผู้ชายเป็นหัวหน้ามาคุยแป๊บเดียวก็ไปประชุม เหลือแต่ผู้หญิงชือคาวามูระ น่ารักดี เธออธิบายขอบข่ายงานให้ฟัง ก็เลยขอสรุปรายชื่อสว.จากเธอมาด้วย จากนั้น ก็พาไปรู้จักกับเจ้าหน้าที่แผนก อินเทอร์เนชั่นแนล เพรส เป้นพวกรับผิดชอบสิ่งพิมพ์สำหรับสื้อมวลชนของกระทรวง

นั่งคุยกันไปสักพัก เขาบอกว่ามีอะไรก็โทรศัพท์มาได้ คาวามูระซังบอกว่า ถ้ามีโอกาสน่าจะไปดูชีวิตในชนบท เธอว่าแตกต่างกันมากกับชีวิตคนญี่ปุ่นที่เราเห็น ...เป้นความตั้งใจที่จะออกไปดูอยู่แล้ว เธอบอกด้วยว่าควรจะไปนอนค้างบ้านในชนบทสักวันสองวัน ...เข้าทางเลย เอาไว้โทรศัพท์มาอ้อนทีหลัง ให้ช่วยจัดโปรแแกรมให้หน่อย

เสร็จจากนี้ก็เดินไปดูห้องนักข่าว ใหญ่โตดี แต่ละหนังสือพิมพ์ หรือ สื่อก็มีสัดส่วนเป้นของตัวเอง ทำความรู้จักกับนักข่าวอาซาฮีคนหนึ่ง กับ นักข่าวสถานีโทรทัศน์อีกสถานีหนึ่ง

จากนั้นเดินไปดูห้องแถลงข่าว กระทรวงต่างประเทศจะแถลงข่าวอาทิตย์ละสองครั้ง หยิบเอกสารที่เขาทำแจกมานิดหน่อย พอเรียบร้อยจากที่นี่ก็เดินต่อไปที่ มิติ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าต่างประเทศ ของญี่ปุ่นเขา ขึ้นไปรู้จักกับเจ้าหน้าที่หลายคนในแผนกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสองคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับไทย ได้ยินว่ากำลังทำเรื่องเอสเอ็มอีอยู่ เพราะรัฐบาลไทยขอมา ให้วางโครงการพัฒนาเอสเอ็มอีในบ้านเรา เอาไว้จะมาตามรายละเอียดว่าไปถึงไหนแล้ว

ผู้อำนวยการแผนกนี้เป้นพื่อนกับพี่อ้วน แกบอกว่าเอาไว้มีเวลาค่อยนัดมาเจอกันกินข้าวอะไรทำนองนี้ อัธยาสัยดี

แล้วก็เดินไปห้องนำข่าวของที่นี่ ไปรู้จักกับนักข่าวอาซาฮีอีกหลายคน ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันแฮะ พูดก็ฟังยาก แต่มีนักข่าวผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง พูดภาษาอังกฤษชัดเจน พวกนักข่าวมิตินี่เราคงได้อาศัยเยอะ เพราะข่าวเราเกี่ยวข้องกับเขามาก

เสร็จจากรู้จักกับนักข่าวที่นี่ ก็ขึ้นไปห้องที่เรียกว่า ฟอเรนจน์ เพรส เซ็นเตอร์ ใครเคยไปห้องแถลงข่าวกระทรวงต่างประเทศจะรู้ มีเอกสารวางไว้แจกมากมาย รวมทั้งเอกสารข่าวแจกประจำวัน แล้วก็มีห้องแถลงข่าว วันนี้ก็มีแต่เราเข้าไปดูเอกสารเรื่องที่แถลงแล้ว เป้นเรื่องที่ไม่น่าสนใจเท่าไร

เดินหยิบเอกสารเขามาเพียบเลย

เสร็จสรรพก็ขึ้นไปดูเลานจ์สำหรับนักข่าวข้างบน ล่อกาแฟเย็นเข้าไปคนละถ้วย ย้อนกลับมาสำนักงาน จากนั้นก็กลับบ้าน

ลงจากรถไฟแวะซื้อกึ๋นกับตับย่างอย่างละสองไม้ เป็นเงิน ราวๆ ร้อยสี่สิบบาท เดินมาพอใกล้หอพักก็ลุ้นระทึก

เข้ามาข้างในถอดรองเท้าใส่ตู้ เหลี่ยวมองไปทางขวาบนกระดานเขียนภาษาญี่ปุ่นไว้ แต่มีเลขห้อง ๒๒๘...น่านมาแล้วสิ่งที่รอคอย ไอดี กับ พาสเวิร์ด ของจริงจากอาซาฮี เน็ต

เปิดดูตู้จดหมายมียาที่พี่ก้อยส่งมาให้ด้วย

เดินไปเจอคุณลุงเจ้าของหอ แกคงได้ยินเสียงน้าเข้ามาก็เลยมายืนรอ เพราะต้องเอาจดหมายลงทะเบียนให้ รับจดหมายด้วยอารามดีใจ เดินจากมาสักสี่ห้าก้าว แล้วนึกขึนได้ หันกลับไปบอก โดโม อะริกะโตะ โกโซมัสกับแก หมายถึงขอบคุณมากๆครับ แกหัวเราะใหญ่

ทีนี้ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง เข้าห้อง ถอดเสื้อโค้คกับสูทออก หยิบเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วก็เสียบคอมพิวเตอร์ ฉีกซองเพื่อโซ้ยอินเทอร์เน็ต

ต่อเสร็จอย่างรวดเร็ว เปิดไอซีคิว โอ้โฮ..สหายทิ้งข้อความไว้เพียบ โดยเฉพาะสหายโต๊ะโอเอ มาตั้งเจ็ดข้อความ ได้คุยกับพี่ๆน้องๆพอหอมปากหอมคอ เจ๊หมวยก็ออนไลน์มา เลยบอกให้โทรไปบอกที่บ้านที หมวยโทรไปบอกว่าไม่มีคนรับสายเลยโทรเข้ามือถือ พี่ก้อยบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะถึงบ้าน

คุยกับคนโน้นคนนี้ไปสักพัก อ่านอีเมล์ไปด้วย รอเวลาฟ้ากับพี่ก้อยมา ในที่สุดฟ้าก็มาไอซีคิว แต่วันนี้มามาดใหม่ หงุดหงิด น่ะ ไม่รู้เพราะอะไร บอกให้น้าเขียนจดหมายดีกว่า

ได้คุยทางไอซีคิวราวๆครึ่งชั่วโมง พอชื่นใจ ระหว่างนั้น น้องน้ำก็ออนไลน์มาอีก น้ำไปอยู่นาเกลือ ขนเครื่องไปด้วย ก็เลยได้ วอยซ์ ทอล์ก ผ่านเฮียร์มี แจ๋ว เสียงดังฟังชัดดีมาก ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ทางไกล แต่คุณน้ำเธอก็ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่

แทนที่จะคุยโน่นคุยนี่ พี่แกถามหาไอซีคิวสกิน( โปรแกรมสำหรับทำให้น่าตาของไอซีคิวสวยสะมากขึ้น) ว่าจะไปเอามาจากไหน พอบอกเว็บไซต์ก็เผ่นไปโหลดเลย

ระหว่างนั้นเลยบอกให้ไปเรียกพี่สาวของน้ามาคุยด้วย ได้คุยกันนิดหน่อย เพราะน้าไม่ค่อยคุยกับพี่ๆน้องๆเป็นปรกติอยู่แล้ว เขาก็ถามสารทุกข์สุกดิบพอเป็นพิธี

ที่จริงฟ้า ก็ใช้วอยซ์ ทอล์กเป็น แถมยังจ้อน่าดูด้วย แต่เครื่องที่บ้านจอมันเสร็จก่อนน้ามาญี่ปุ่นวันเดียวหลังจากเอาไปซ่อมมาสามเดือน ก็เลยไม่ทันได้ลงโปรแกรมไว้ให้ นี่กำลังคิดว่าจะหาเพื่อนไปลงโปรแกรมให้ที่บ้าน เธอจะได้หายหงุดหงิด

วันนี้เป้นวันที่ค่อนข้างมีความสุข แม้ว่าจะตระเวนทั้งวันจนเหนื่อยเต็มที คุยกับคนโน้นคนนี้ โดยใช้วิธีตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เพื่อจำกัดเวลา ไม่ให้ค่าโทรศัพท์มันเกินเหตุน่ะ

พอคุยได้เวลา ก็โดดผลุงซุกใต้ผ้าห่มนอนไปเลย

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก