บันทึกจากญี่ปุ่น

๙ มิถุนายน ๒๕๔๓

มองเป็นเล่นเห็นเป็นสนุก

เมื่อคืนนอนค่อนข้างดึก เกือบเช้านั่นแหละ ในเมื่อไม่ง่วงจะทำยังไงได้ มาตื่นเอาอีกทีก็เก้าโมง แล้วนอนต่อ เท่าที่ใจมันอยากนอน แต่ท้องมันไม่อยากไปด้วย เกือบเที่ยง ทนไม่ไหวต้องลุกมา กินข้าวปั้นกับปลาร้าสับ

นึกเสียว่าข้าวเหนียวก็แล้วกัน

อะไรจะมาเสมอเหมือนปลาร้าเป็นไม่มี

แล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ พยายามจะทำงาน เขียนหนังสือก็เหมือนวาดรูป ไม่มีอารมณ์มันทำไม่ได้

อารมณ์ในที่นี้ไม่ใช่ ต้องโร นะเจ้าครับ อารมณ์อะไรก็ได้ มันต้องมี ไม่งั้นเขียนไม่ออก

สุข ทุกข์ หงุดหงิด โกรธ เหงา เศร้า เบิกบาน ขบขัน

หรือ อารมณ์เฉยๆ ยังไงก็ต้องมี

อารมณ์อย่างเดียวก็ไม่ได้ มันต้องมีเรื่องราว มีเนื้อหาด้วย มันมาตรงกันเมื่อไรก็โป๊ะเชะ

เล่นยากเหมือนกันกว่าจะเขียนเสร็จ

เลยไม่ได้ไปไหน

นั่งทำโฮมเพจเล่น ก็ยังไม่มีอะไรใหม่หรอก ของเก่าๆเล็กน้อย เอามาขัดสีฉวีวรรณ ทำไปทำมาชักสนุกแฮะ เหมือนงานศิลป เหมือนวาดรูป เหมือนเล่นดนตรี

เห็นโลกเป็นของเล่น เห็นชีวิตเป็นของสนุกเสียมั่ง อีกไม่นานก็อำลาจากกันแล้วนี่นะ

ออนไลน์วันนี้ มีคุณยุทธเจ้าเก่า คนที่ชอบตั้งคำถามยากๆ แบบแบกโลกไว้ทั้งโลกเรื่อยเลยเชียว ถามมาอีก ก็อปปี้มาให้อ่านก็ได้ เขาถามมาว่าอย่างนี้

ถาม : คิดยังไงครับ กับเรื่องอนาคตของเด็กกับมายาภาพจากเกมส์ และการพัฒนาการทางอารมณ์ เด็กที่เติบโตมากับการเล่นเกมส์ sim city, tiberian sun, the sim จะคุ้นเคยและพอใจ กับการสร้างเมือง สร้างฐานทัพ การจัดการทรัพยากร

ที่สามารถ สร้างและทำลายอะรไก็ได้ง่ายเพียงกดปุ่มเดียว ถ้าต่อมาเขากลายเป็น นายก เป็นนายธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้ว่ากทม. จะล้มเหลวในการทำงานหรือไม่ วัฒนธรรมกดปุ่มอันตรายไหม

ตอบ : คิดว่าผู้นำในวงการต่างๆ ของไทยที่พาประเทศเละมาจนถึงป่านนี้ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ เล่นวิดีโอเกมหรือเปล่า

พวกบ้าสงครามในอดีตมาจนถึงปัจจุบันเติบโตมากับเกมหรือเปล่า....ตอบว่าเปล่า เกมมีผลน้อยมากครับ พื้นฐานครอบครัวนั่นต่างหากเรื่องใหญ่

ถาม : ตอนนี้ยังคงไม่เห็นผลนะครับ เพราะเด็กรุ่นเก่าที่โตมากลายเป็นนายก ผู้ว่า หรือข้าราชการ ผู้บริหารต่างๆ ในปัจจุบันเล่นและเรียนมากับ การละเล่นพื้นบ้าน ธรรมชาติ พระ ลานวัด การเล่นว่าว ซ่อนหา ไล่จับ ลูกข่าง ทอยตุ๊กตุ่นตุ๊กตา โปลิสจับขโมย แม่งู รีรีข้าวสาร แต่เด็กในสมัยปัจจุบันและในอนาคตที่คอมพิวเตอร์จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น

จนถึงขั้นสร้างโลกเสมือน จนถึงขนาดไม่ต้องออกจากบ้าน เพราะสามารถซื้อ หรือรับบริการทุกอย่างผ่านเน็ต จะเป็นโรคกลัวคนแปลกหน้า เหงา เป็นโรคซึมเศร้า หรือไม่

ตอบ : (ตอนนี้ยังคงไม่เห็นผลนะครับ เพราะเด็กรุ่นเก่าที่โตมากลายเป็นนายก ผู้ว่า หรือข้าราชการ ผู้บริหารต่างๆ ในปัจจุบันเล่นและเรียนมากับ การละเล่นพื้นบ้าน ธรรมชาติ พระ ลานวัด การเล่นว่าว ซ่อนหา ไล่จับ ลูกข่าง ทอยตุ๊กตุ่นตุ๊กตา โปลิสจับขโมย แม่งู รีรีข้าวสาร)

....ถามกลับว่า แล้วทำไมคนพวกนี้สร้างสิ่งเลวๆได้มากมายก่ายกองไม่เว้นแต่ละวัน

ถาม : คงเป็นเพราะชาวบ้านไม่ปกป้องตัวเอง ขาดพลัง ตกอยู่ในความเชื่อและอำนาจเผด็จการจนไม่กล้าเถียงผู้มีอำนาจ(กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าพ่อ สส.ทั้งหลาย) คนเลวเลยได้ใจ และข่าวสารถูกบิดเบือนและปกปิดโดยรัฐ(กรณีเอกสารพฤษภาทมิฬ ยังมีปกปิดและบิดเบือนเหตุการณ์บางตอน)

ตอบ : อ้าว ทีนี้ไม่พูดเรื่องพัฒนาการทางอารมณ์ของพวกเล่นรีรีข้าวสารแล้ว แล้วจะไปเอาอะไรกับเด็กเล่นเกม

ถาม : แล้วเด็กที่เล่น quake , doom จะเป็นแบบเด็กอเมริกัน ที่หยิบปืนออกมายิงเพื่อนนักเรียนหรือครูที่ไม่ชอบหน้าหรือเปล่าครับ ผมคิดว่าน่าจะมีผลบ้างนะครับ

ตอบ : ปืนในสังคมอเมริกัน เป็นปัญหามานานนับสิบๆปีแล้วครับ ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดตอนมีเกมเล่นกัน ยังไม่มีการศึกษาวิจัยที่ชี้ชัดลงไปได้ว่า เด็กที่เอาปืนไปไล่ยิงคน เป็นผลมาจากการเล่นเกม ในญี่ปุ่น เด็กเล่นเกมกันเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ทุรกรรมเยาวชนเกิดน้อยมากเมื่อเทียบกับอเมริกา

บทสนทนาข้ามโลกจบลงไปดื้อๆแบบนี้

กวนทีนเขาเกินไปหรือเปล่าเนี่ย

แต่มันก็จริงของเรา สมัยเด็กเราเคยทำอะไรบ้าๆมาเยอะ ชนิดท่านๆจินตนาการไม่ออก สมัยนั้นคอมพิวเตอร์คืออะไรยังไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จัก

สรุปว่า ปล่อยให้เด็กเขาตัดสินใจของเขาเองดีกว่าไหม ว่าจะเล่นมันแต่เกมหรือจะทำอะไร เราผู้ใหญ่ช่วยทำตัวเป็นคนดีเท่านั้นพอแล้วน่า ผู้ใหญ่คนไหนทำไม่ดี ก็ไล่เตะให้มันพ้นโลกไป แต่อย่าไปยุ่งกับเด็ก

เด็กเป็นโรคเหงาเศร้าซึม ขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์ ก็ต้องไปถามพ่อแม่มันว่าเลี้ยงลูกประสาอะไร ไม่ใช่ไปโทษเกมคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ต

เอ๊ะ

ซีเรียสเกินไป ไม่เหมือนบันทึกจากจากญี่ปุ่นที่คุ้นเคย

บ้านมันต้องสนุกสนานสิครับ เด็กถึงจะมีความสุขเบิกบาน

อันนี้ว่าที่จริงไม่ต้องมีลูกก็ทำได้ ไม่เชื่อลองไปซื้อสีซื้อแปรงมาทาข้างฝาห้องใหม่ดูสิ

จะลืมโลกเลย

ยกเว้นเรื่องไอ้หมักกับ เหตุการณ์สังหารหมู่ที่ธรรมศาตร์เมื่อเย็นโพล้เพล้ของวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๙ ยาวไปจน ๖ ตุลาคม

อันนั้นไม่มีวันลืมเด็ดขาด .... ไอ้หมวยมันดันมาเตือนความจำให้อารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนก่อน ถามมาได้ไง "เฮียๆเลือกสมัครไหม"

เฮียไม่ใช่ควายนี่หว่า (ขอโทษควายด้วย)

วาซาบิ หมดแล้ว ขออนุญาตไปซื้อมาเติมรสชาติให้ชีวิตหน่อย